บทสัมภาษณ์ นายดำรง ใคร่ครวญ อุปทูต ณ กรุงวอชิงตัน

บทสัมภาษณ์ นายดำรง ใคร่ครวญ อุปทูต ณ กรุงวอชิงตัน

            ปี 2551 นี้เป็นปีพิเศษเนื่องจากเป็นปีครบรอบ 175 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้จะไม่ยาวนานเมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ที่ไทยมีกับชาติในยุโรปหลายชาติ แต่ก็ถือว่าไม่น้อยเมื่อคำนึงว่าสหรัฐฯ มีอายุเพียง 232 ปี โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนี้ คือ การจัด Thai Festival 2008 ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน โดยความร่วมมือจากส่วนราชการไทยในสหรัฐฯ ชุมชนไทย และ Union Station จะร่วมกันจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2551 ระหว่างเวลา 9.30 - 20.30 น. ณ Union Station กรุงวอชิงตัน โดยมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2551 เวลา 9.30 น. โดยจะมีแขกผู้มีเกียรติทั้งฝ่ายไทยและสหรัฐฯ เข้าร่วม พร้อมด้วยมีขบวนพาเหรดอันตระการตา กิจกรรมในงานประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี ความสัมพันธ์ไทย - สหรัฐฯ การสาธิตและจำหน่ายอาหารไทย การแสดงรำ 4 ภาค ดนตรีไทยโดย “วงฟองน้ำ” หัตถกรรมไทย วิถีชีวิตไทย นวดแผนไทย มวยไทย และอื่นๆ อีกมากมาย ในโอกาสนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน Thai Festival 2008 (ไม่เสียค่าเข้าชม)
            มองย้อนกลับไป จะเห็นได้ว่า สหรัฐฯ เป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาเป็นเวลานานจนถึงปัจจุบัน ชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่เข้าไปติดต่อกับประเทศไทยน่าจะได้แก่ บรรดามิชชันนารีที่เข้าไปเผยแพร่คริสต์ศาสนาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่รู้จักกันกว่าใครคือ หมอบรัดเลย์ แต่ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการที่เรียกว่าความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2376 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาเจษฏาบดินทร์ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งราชจักรีวงศ์  ขณะนั้น สหรัฐฯ ประกาศตัวเป็นชาติเอกราชมาได้เพียง 57 ปีเท่านั้นเอง
บ่อยครั้งในยามวิกฤติ สหรัฐฯ มีบทบาทในเชิงเกื้อหนุนไทย จนอาจถือได้ว่าสหรัฐฯ เป็นมิตรสำคัญในยามยาก อาทิ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ประกาศสงครามกับประเทศไทย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากคนไทยกลุ่มหนึ่งได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ จัดตั้งขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นในไทย หรือที่รู้จักกันในนาม “เสรีไทย” เมื่อสงครามยุติลง สหรัฐฯ ไม่เพียงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทยทันทีเท่านั้น ยังได้ช่วยไทยเจรจากับฝรั่งเศสและรัสเซียจนทำให้ไทย (ซึ่งพลาดโอกาสการเป็น 1 ในสมาชิกก่อตั้ง 51 ประเทศ) ได้เข้าเป็นสมาชิกอันดับที่ 59 สหประชาชาติในปี 2489 (ปัจจุบันสหประชาชาติมีสมาชิก 192 ประเทศ) ในช่วงนั้น การเป็นสมาชิกสหประชาติมีนัยสำคัญยิ่งเพราะหมายถึงการเป็นชาติเอกราช การรอดพ้นพงหนามและสถานการณ์อันละเอียดอ่อนซับซ้อนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเมื่อมหาสงครามได้ยุติลงสดๆ ร้อนๆ 
            ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างกันถูกกำหนดโดยผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นเสมือนจักรกลสำคัญที่ผลักดันขับเคลื่อนสัมพันธภาพให้ก้าวหน้า ในด้านการค้า สหรัฐฯ ครองแชมป์เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่องกันมาหลายปี ในขณะที่ในปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 17 ของสหรัฐฯ ซึ่งถือได้ว่าสำคัญไม่น้อย ในช่วงต้นปีนี้ การค้าระหว่างกันมีมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เราขายของให้สหรัฐฯ ได้มากกว่าที่เราซื้อของจากเขาถึง 9,710 ล้านดอลลาร์สหรัฐทีเดียว ในด้านการลงทุน สหรัฐฯ เป็นผู้ลงทุนอันดับ 2 ในไทย (รองจากญี่ปุ่น) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
            ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทยในด้านสังคมและวัฒนธรรม ก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะในด้านการศึกษา คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ได้มาเรียนที่สหรัฐฯ ในระดับและสาขาต่างๆ มากมาย รวมถึงพระราชวงศ์ของไทย ที่จะขอยกมากล่าวถึง ณ ที่นี้คือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือสมเด็จพระราชบิดาในขณะที่ดำรงพระยศเจาฟากรมหลวงสงขลานครินทร ได้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาวิชาแพทย์ที่โรงเรียนแพทยแหงมหาวิทยาลัยฮาวารด และระหว่างนั้น เมื่อปี 2470 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระบรมราชสมภพที่เมืองแคมบริดจ์ รัฐแมสสาชูเซทท์ สหรัฐฯ ด้วย เมื่อปี 2548 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาก็ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ
ในปัจจุบัน มีคนไทยมากกว่า 3 แสนคนอาศัยและทำงานอยู่ในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะนครใหญ่ๆ เช่น ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก ชิคาโก และเมืองอื่นๆ โดยเปรียบเทียบแล้วมีคนไทยอยู่ในสหรัฐฯ มากกว่าคนไทยในจังหวัดใหญ่ๆ หลายจังหวัดของไทยเลยทีเดียว
            ดังนั้น การจัดงาน Thai Festival 2008 ในครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นการรวมตัวกันครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในรอบปีของชุมชนไทยเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ 175 ปี ไทย-สหรัฐฯ และเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของชุมชนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และเพื่อร่วมกันเผยแพร่ของดีของไทยในด้านต่างๆ ให้เป็นที่แพร่หลายในสหรัฐฯ ดังสโลแกนของงาน Thai Festival 2008: the Best of Thailand

 

What did you think of this article?




Trackbacks
  • No trackbacks exist for this entry.
Comments
  • No comments exist for this entry.
Leave a comment

Submitted comments will be subject to moderation before being displayed.

 Enter the above security code (required)

 Name

 Email (will not be published)

 Website

Your comment is 0 characters limited to 3000 characters.